ประโยชน์ของบ่อดักไขมัน

180
บ่อดักไขมัน

“ บ่อดักไขมัน ” หรือ “ถังดักไขมัน” (Grease Trap) เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญและมีความจำเป็นชิ้นหนึ่งของบ้าน โดยถังดักไขมันจะทำหน้าที่ช่วยดักจับเศษอาหารและจับไขมันจากการล้างภาชนะและอุปกรณ์ประกอบอาหารไม่ให้ไหลไปปะปนกับน้ำที่ใช้งานในส่วนอื่นๆ ของบ้าน ซึ่งจะทำการดักเศษอาหารและไขมันหนักออกจากน้ำโดยทิ้งตัวไขมันอยู่ในตะกร้า ส่วนน้ำที่ไหลทิ้งจะถูกปล่อยไปยังท่อน้ำทิ้งสาธารณะ เพราะฉะนั้นบ้านที่อยู่อาศัยควรติดตั้งถังดักไขมัน ดังนั้น เรามาดูหน้าที่และประโยชน์ของถังดักไขมันกัน

1. บ่อดักไขมัน จะมีตะแกรงช่วยในการดักกรองเศษอาหารที่มาจากซิงค์ล้างจาน ซึ่งเป็นผลทำให้ท่อน้ำอุดตัน โดยของเสียประเภทไขมัน หากปล่อยทิ้งสะสมประมาณ 1 เดือน จะจับตัวเป็นก้อนชั้นหนาคล้ายสบู่ แต่หากเกิน 10 เซนติเมตร จะมีผลทำให้น้ำไหลผ่านยากมาก

2. ช่วยในการลดกลิ่นที่เกิดจากการหมักหมมของเศษอาหารภายในท่อ

3. การปรับคุณภาพน้ำทิ้ง เนื่องจากถังดักไขมันจะทำให้คุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยออกมามีคุณภาพดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4. การดูแลรักษาง่าย เพียงแค่นำขยะหรือเศษอาหารในตะแกรงออกไปทิ้ง

โดยถังดักไขมันสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ถังดักไขมันแบบตั้งบนพื้น (บนดิน) และถังดักไขมันแบบฝังดิน

1. ถังดักไขมันแบบตั้งบนพื้น (บนดิน)

เป็นถังดักไขมันที่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยจำกัด เช่น คอนโด ห้องพัก ทาวน์โฮม และร้านอาหารขนาดเล็ก เป็นต้น เนื่องจากสามารถติดตั้งได้ง่าย ดูแลรักษาง่าย ราคาไม่แพง ใช้พื้นที่น้อย การจัดวางจะวางอยู่บริเวณใต้อ่างล้างจาน เพื่อรับน้ำทิ้งอ่างล้างจาน มีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่มาก ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 20-120 ลิตร แต่ต้องระวังความเสี่ยงเกี่ยวกับหนูหรือแมลงสาบที่อยู่ภายในบ้าน และอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาบ้าง ถ้าไม่มีการทำความสะอาดบ่อยๆ หรือการดูแลรักษาไม่ดี

2. ถังดักไขมันแบบฝังดิน

เป็นถังดักไขมันที่เหมาะสมกับพื้นที่กว้างและเพียงพอต่อการฝังถังดักไขมันไว้ใต้ดินบริเวณนอกตัวบ้าน เช่น บ้านเดี่ยว 1 ชั้น หรือบ้านเดี๋ยว 2 ชั้น โรงงานอุตสาหกรรมที่มีไขมันเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นต้น โดยถังจะมีขนาดเล็กตั้งแต่ 30-120 ลิตร และขนาดใหญ่ตั้งแต่ 600-6,000 ลิตร  เนื่องจากอยู่ภายนอกทำให้ไม่มีกลิ่นมารบกวน แต่การติดตั้งยาก มีค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งต้องขุดดินฝังถัง และเดินท่อทางที่ยาวกว่า และทำให้การตักไขมันและการระบายตะกอนจะยากกว่าถังขนาดใหญ่ จึงทำให้เหมาะกับกิจการขนาดใหญ่

การดูแลรักษา บ่อดักไขมัน

ควรนำเศษอาหารที่อยู่ในตะแกรงไปทิ้งทุกวัน เพื่อไม่ให้เศษอาหารเน่าเสีย และเพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของแมลงสาบ และความเสี่ยงที่จะนำหนูเข้ามาภายในบ้าน พร้อมทั้งควรตักไขมันที่ลอยอยู่เหนือน้ำออกทุกสัปดาห์ และทำการล้างถังดักไขมันปีละ 2 ครั้งหรือทุก 6 เดือน โดยการถอดวาล์วที่ก้นถังออก เพียงเท่านี้เราก็สามารถลดปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตัน และกลิ่นเหม็นจากท่อไปน้ำได้ Gurude.co