วิธีเลือกหลอดไฟใครว่าไม่สำคัญ

873
หลอดไฟ

               ไฟแบบ LED กับเทคโนโลยีส่องสว่าง : Light Emitting Diode เป็นเทคโนโลยีของการส่องสว่างแบบใหม่ที่ทนทาน ให้ความสว่างสูง กินไฟน้อย เกิดความร้อนต่ำ ซึ่งระดับความสว่างก็ต่างกันตาม Chip LED โดยสามารถดูค่าความสว่างหรือปริมาณแสง ( ลูเมน : lm ) ที่จะบ่งบอกค่าความสว่าง เช่น หลอดไส้ขนาด 100 วัตต์ ให้แสงสว่าง 400 ลูเมน เมื่อเทียบกับ LED จะกินไฟเพียง 5 วัตต์เท่านั้น
            แสงสีของหลอดไฟ หรือหลอดไฟแบบ ‘อุณหภูมิของสี’ มีหน่วยเป็นองศาเคลวิน หรือ เคลวิน (K) ยิ่งอุณหภูมิต่ำ แสงสีที่เปล่งออกมาจากหลอดไฟก็จะออกไปในสีโทนร้อน อย่าง สีส้ม สีแดง หรือสีเหลือง แต่ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น แสงไฟก็จะออกมาในสีโทนเย็น อย่าง สีขาวหรือสีฟ้า ซึ่งหลอดไฟในปัจจุบัน
สามารถแบ่งอุณหภูมิของสี ได้ 3 ชนิด ได้แก่ วอร์มไวท์ (Warm white), คูลไวท์ (Cool white) และ เดย์ไลท์ (Daylight)
            1. หลอดไฟวอร์มไวท์ (Warm white)
หลอดไฟวอร์มไวท์ (Warm white) มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 2,000 – 3,000 เคลวิน ให้แสงสีเหลืองเข้ม ไปจนถึงสีส้ม ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น โรแมนติก ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ทั้งยังเป็นแสงไฟที่สบายตาที่สุดและทำให้ สีภายในบ้าน เราละมุนมากขึ้น
            2. หลอดไฟคูลไวท์ (Cool white)
หลอดไฟคูลไวท์ (Cool white) มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 4,000 – 5,000 เคลวิน ให้แสงสีขาวในโทนอุ่น มีความนวล ความสว่างจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง หลอดไฟวอร์มไวท์ กับ หลอดไฟเดย์ไลท์ เป็นแสงไฟที่ให้ความสบายตา ทั้งยังให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาเหมาะกับ สีภายในบ้าน แบบห้องรับแขก
            3. หลอดไฟเดย์ไลท์ (Daylight)
หลอดไฟเดย์ไลท์ (Daylight) มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6,000 เคลวิน ให้แสงสีขาวที่เหมือนแสงในธรรมชาติ ถือเป็นแสงสีที่สว่างมากที่สุด ช่วยให้มองเห็นได้ชัด ทั้งยังให้ความรู้สึกสดใส กระปรี้ประเปร่า ช่วยให้กระฉับกระเฉง และรู้สึกตื่นตัวเหมาะกับ สีภายในบ้าน ที่เป็นห้องทำงานเป็นส่วนใหญ่        

การเลือกหลอดไฟให้เข้ากับห้องต่างๆภายในบ้าน

            หลอดไฟสำหรับห้องทำงาน
 สำหรับห้องทำงาน บรรยากาศในห้องควรจะสว่างสดใส เอื้อให้รู้สึกกระฉับกระเฉง กระตือรือร้น และมีบรรยากาศน่าทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงควรเลือกหลอดไฟเดย์ไลท์ เพื่อให้ห้องดูสว่าง ทั้งยังช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของงานที่ทำอยู่ได้ชัดเจน ช่วยให้สีของชิ้นงานไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมอีกด้วย
               หลอดไฟสำหรับห้องนอน
แสงไฟในห้องนอน ควรให้บรรยากาศที่อบอุ่น สงบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลาย ในห้องนอนจึงควรเลือกใช้หลอดไฟวอร์มไวท์ แสงในโทนสีส้มจะทำให้สบายตา เอื้อให้ร่างกายรู้สึกสบาย และสงบก่อนนอน ทำให้นอนหลับได้สนิทนั่นเอง
               หลอดไฟ สำหรับห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก
ห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก สามารถเลือกใช้หลอดไฟได้ทั้ง 3 แบบ ตามความชอบส่วนตัว เพราะถือเป็นพื้นที่ส่วนรวมที่มีการทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น บ้านไหนที่ชอบดูภาพยนตร์ร่วมกัน อาจเลือกใช้หลอดไฟวอร์มไวท์ สร้างบรรยากาศแบบโรงหนัง หรือบ้านไหนมีผู้สูงอายุที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเก้าอี้หน้าทีวีในห้องนั่งเล่น ก็อาจเลือกเป็นหลอดไฟคูลไวท์ที่ช่วยตัดแสงจากหน้าจอทีวี และให้ความสว่าง แต่ไม่สว่างจ้าจนแสบตา เป็นต้น
               หลอดไฟ สำหรับห้องน้ำ
หลอดไฟเดย์ไลท์ จะช่วยให้ห้องน้ำดูสะอาด ทั้งยังช่วยให้มองเห็นสวิตช์ไฟ และสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจน เวลาคุณผู้ชายโกนหนวดจะได้ไม่โดนบาด ช่วยป้องกันอุบัติเหตุในทางอ้อมได้ แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศแบบผ่อนคลาย อยากทิ้งตัวในอ่างอาบน้ำ จุดเทียนหอม และฟังเพลงคลอเบาๆ ก็อาจเลือกเป็นหลอดไฟวอร์มไวท์ จะช่วยให้ห้องน้ำมีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในสปาเลยทีเดียว
               หลอดไฟ สำหรับห้องครัว
สำหรับห้องครัว หรือโซนที่ใช้ประกอบอาหาร ควรใช้หลอดไฟเดย์ไลท์ ที่ให้แสงสีขาวและสว่างอย่างทั่วถึง มองเห็นวัตถุดิบ และเครื่องครัวต่างๆ ได้ชัดเจน ทั้งยังช่วยให้ตื่นตัว ทำครัวได้แบบกระฉับกระเฉง ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางอ้อมได้อีกเช่นกัน Gurude.co