เทคนิคการออกแบบสีทาบ้าน

304
ออกแบบสีทาบ้าน

            หลักการ ออกแบบสีทาบ้าน ที่ดีนั้นต้องเริ่มจากตัวคุณก่อนว่าคุณชอบสีอะไร?? หรือหากยังคิดไม่ออกก็ให้ลองถามคนในบ้านที่อยู่อาศัยด้วยกันว่าชอบสีอะไรและอยากตกแต่งห้องตกแต่งบ้านกันแบบไหนหาสไตล์โทนสีที่ตัวเองชอบให้ได้หรือไม่ก็อาจจะขอคำแนะนำจากผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการ ออกแบบสีทาบ้าน ได้ตามห้างร้านที่ท่านจะทำการเลือกซื้อเลือกหาสีเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการเลือกสีบ้านที่ถูกใจของคุณและคนในบ้าน
               เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้านและ การออกแบบสีทาบ้าน ให้เหมาะสมและลงตัว
1. พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน : สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีที่บ้านของคุณดูกว้างเกินหรือโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น
2. สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป : หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำให้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น
3. ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ : หลังจากตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลย
4. เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน : การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิเช่น พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หรืองานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี
5. คำนึงถึงสไตล์การตกแต่ง และให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้าน ควรคำนึกถึงผู้อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน เพราะความชอบของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บางคนชอบแบบสว่าง บางคนชอบแบบมืด ซึ่งในกรณีนี้ เพื่อนๆ อาจมีการแบ่งห้องให้แต่ละคน พร้อมทำการเลือกสีทาบ้านให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยในห้องนั้นๆ Gurude.co

แต่ทั้งนี้ควรมีหนึ่งห้องที่ไว้สำหรับรวมตัวกันภายในครอบครัว  อาทิ ห้องนั่งเล่น  ซึ่งแนะนำให้เลือกใช้เป็นโทนสีอ่อน เพื่อให้ภายในห้องรู้สึกปลอดโปร่ง สว่าง และไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อมาอยู่รวมกัน